ดูแลรักษาดนตรีไทย

การดูแลรักษาเครื่องดนตรีไทย
 
                เครื่องดนตรีไทยมีหลายประเภท หลายชนิด แต่ละชนิดจะมีลักษณะและส่วนประกอบที่แตกต่างกันไป ดังนั้นผู้ใช้เครื่องดนตรีจึงควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้และการเก็บรักษาให้มาก ปฏิบัติให้ถูกต้องตามวิธีการต่าง ๆ
 
                การใช้เครื่องดนตรี ก่อนใช้จะต้องตรวจดูแลความเรียบร้อยของส่วนประกอบ หลักกลไกต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเสียง ว่าเครื่องดนตรีชนิดนั้นมีความพร้อมหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของเสียงเครื่องดนตรี ผู้เล่นจะต้องตรวจดูแลเป็นอย่างดี เพื่อให้บทเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเหล่านี้มีคุณภาพ มีความไพเราะน่าฟัง และสามารถใช้งานได้ตลอดไป ไม่เกิดชำรุดเสียหายก่อนงานจะเลิก โดยเฉพาะเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ซึ่งมีส่วนประกอบละเอียดอ่อนชำรุดเสียหายง่าย จึงต้องระวังเป็นพิเศษในขณะที่ใช้งานหรือเวลาบรรเลง
 
                การเก็บรักษาเครื่องดนตรี การเก็บรักษาเครื่องดนตรี นับว่ามีความสำคัญไม่น้อยกว่าการดูแลความพร้อมใช้ก่อนการบรรเลงเช่นกัน ดังได้กล่าวมาแล้วว่า เครื่องดนตรีมีหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีส่วนประกอบและหลักกลไกที่แตกต่างกัน การเก็บรักษาให้ถูกวีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เล่นดนตรีจะต้องตระหนักอยู่เสมอ และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการ จึงจะทำให้เครื่องดนตรีมีความคงทนสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยปฏิบัติดังนี้
 
                1. หลังเลิกเล่นทุกครั้งต้องลดสาย ปลดเชือกหรือทำอย่างอื่นตามลักษณะเฉพาะของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดให้อยู่ในสภาพที่จะเก็บหรือไม่ใช้งาน
                2. ทำความสะอาดเครื่องดนตรีแต่ละชนิดด้วยน้ำยา และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับเครื่องดนตรีแต่ละชนิด
                3. เก็บใส่ภาชนะที่มีลักษณะเฉพาะของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด
                4. เก็บไว้ในที่ที่มีความเหมาะสม
 
วิธีเก็บรักษาเครื่องดนตรีไทย
      1)   การเก็บรักษาขลุ่ย
                   1.   หลังการเป่าควรเช็ดให้สะอาด
                   2.   เก็บใส่ถุงให้เรียบร้อย
                   3.   หากเลาขลุ่ยแตก ให้ใช้กาวติด
 
      2)   การเก็บรักษาซอ
                   1.   เมื่อเลิกเล่นให้ลดสายด้วยการหมุนลูกบิดลงประมาณครึ่งรอบ แล้วเลื่อนหมอนรองสายขึ้นไว้บนขอบกะโหลกซอ
                   2.   ทำความสะอาดโดยใช้ผ้าแห้งเช็ด
                   3.   แขวนหรือใส่ถุงเก็บใส่ตู้ให้มิดชิด
 
      3)   การเก็บรักษาจะเข้
                   1.   เก็บไว้ในตู้และคลุมด้วยผ้าที่เย็บเข้ารูป
                   2.   เมื่อใช้บรรเลงเสร็จ ไม่ควรลดสาย เพราะสายจะเข้กับหย่องจะเสียดสีกัน ทำให้หย่องสึก
                   3.   หากนมจะเข้หลุด ให้ใช้กาวติดไว้ในตำแหน่งเดิม
 
4)   การเก็บรักษาระนาดเอก–ระนาดทุ้ม
                   1.   ปลดเชือกคล้องหูระนาดข้างซ้ายมือลงข้างหนึ่ง
                   2.   ใช้ผ้าคลุม กันฝุ่นจับ
                   3.   ถ้าเลิกใช้งานโดยถาวร ควรม้วนผืนระนาดเก็บ การม้วนผืนระนาดควรหาผ้ารองหลังผืนระนาดเพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย
                   4.   หากตะกั่วหลุด ควรติดให้อยู่ในสภาพเดิม
                   5.   หากผ้าพันไม้ตีหลุด ให้รีบพันไว้อย่างเดิม ป้องกันลูกระนาดแตก
 
 5)   การเก็บรักษาฆ้องวง
                   1.   เวลาเก็บให้วางราบกับพื้น ไม่ควรวางตั้ง จะทำให้วงฆ้องหักเร็ว แล้วใช้ผ้าคลุมให้เรียบร้อย
                   2.   ระวังอย่าให้น้ำถูกเชือกแขวนลูกฆ้อง
                   3.   หากตะกั่วถ่วงลูกฆ้องหลุด ต้องติดให้เรียบร้อย
 
6)   การเก็บรักษาเครื่องหนัง
                   1.   ควรเก็บไว้ในที่ที่มีความชื้นน้อย
                   2.   เครื่องหนังบางชนิด เช่น ตะโพน กลองทัด ควรแกะข้าวที่ใช้ถ่วงหน้า และล้างให้สะอาด
                   3.   กลองบางอย่าง เช่น กลองมลายู ควรลดสายที่เร่งเสียงให้หน้าหย่อน
 
7)   การเก็บรักษาเครื่องกำกับจังหวะ
                   1.   ทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังเล่น
                   2.   ควรมีหีบหรือกล่องใส่
                   3.   ไม่ควรเก็บรวมกัน เพราะจะทำให้ไม่สะดวกต่อการหยิบใช้
 
 
ข้อมูลจาก…http://nawin.org.a27.readyplanet.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=539413576&Ntype=3

บทความที่เกี่ยวข้อง: